สถานที่ท่องเที่ยว

1.สะพานแว่นตาเมงาเนะบาชิ (Meganebashi)

แม่น้ำนากาชิมะ (Nakashimagawa) ซึ่งไหลผ่านกลางเมืองนางาซากิ มีสะพานหินเก่าแก่ทอดข้ามหลายสาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นสะพานเมงาเนะบาชิ สะพานโค้งสองช่วงที่สะท้อนภาพผิวน้ำเป็นวงคล้ายกับรูปแว่นตา (สะพานแว่นตาอีกแห่งหนึ่งคือ สะพานนิจูบาชิ ตั้งอยู่ทางเข้าพระราชวังอิมพีเรียลในโตเกียว)สะพานแห่งนี้สร้างโดยพระภิกษุจากวัดโคฟุคุจิ ในปีพ.ศ.2177 เพื่อเป็นหนทางไปสู่ตัววัด เดิมเป็นสะพานหินโค้งที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่เกิดพังทลายลงเมื่ออุทกภัยครั้งใหญ่ในพ.ศ.2505 สะพานที่เห็นในปัจจุบันเป็นของที่สร้างขึ้นมาใหม่เลียนแบบของเดิม

2.Harmonyland 


ฮาร์โมนี่แลนด์ เป็นสวนสนุกของซานริโอ พบกับการแสดงโชว์ของตุ๊กตา Hello Kitty และเหล่าผองเพื่อน มีเครื่องเล่น ร้านค้า ร้านอาหารในบรรยากาศของสวนสนุกแบบน่ารัก

เวลาเปิด 09.00-17.00 น.

ค่าผ่านประตู ผู้ใหญ่ 1,800 เยน เด็ก 1,200 เยน Passport เล่นเครื่องเล่นทุกอย่าง ผู้ใหญ่ 3,800 เยน เด็ก 3,200 เยน

การเดินทาง นั่งรถไฟ JR Limited Express “Sonic” จากสถานี Hakata,Kokura หรือจาก Oita,Beppu ลงที่สถานี JR Kitsuki จากนั้นนั่งแท๊กซี่หรือรถเมล์ไปสวนสนุกอีกประมาณ 10 นาที

หอคอยเบปปุ (Beppu Tower)

จากหน้าสถานีเบปปุ เดินตรงไปตามถนนที่มุ่งไปทางชายฝั่งด้านตะวันออกของเมือง ไม่นานก็มองเห็นหอคอยเบปปุทาวเวอร์ ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ  หอคอยเบปปุใช้เป็นสถานีส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ สูง 100 เมตร มีจุดชมวิวอยู่ที่ความสูง 50 เมตร จากชั้นล่างสามารถขึ้นลิฟท์ไปได้เลย ถึงจุดชมวิวจะมีพนักงานเก็บค่าชมอยู่บนนั้นเลย มีบริการขายอาหารเครื่องดื่มด้วย ทิวทัศน์ของเบปปุดูสวยงาม ด้านตะวันออกติดทะเล อีกสามด้านถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาสูงทั้งภูเขาซึรูมิและภูเขาโองิถนนหนทางในเมืองกว้างขวาง

การเดินทางไปหอคอยเบปปุ เดินจากสถานี เบปปุ 10 นาที  เวลาเปิดให้ขึ้นชม 09.00-22.00 น. ค่าชม 200 เยน

3.โอซาก้า (Osaka)

หากเปรียบโตเกียวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเมืองของญี่ปุ่น โอซาก้าก็คงเปรียบได้กับเครื่องปั่นไฟที่ส่งพลังงานให้แก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงกว่าแคนนาดาในขณะที่โตเกียวจับตาดูนิวยอร์กและ ลอนดอนอยู่นั้นโอซาก้ากลับจ้องมอง มายังภูมิภาคเอเชีย การจับธุรกิจการค้ามานานหลายร้อยปีทำให้ชาวโอซาก้าฉลาดช่างคิดกระตือลือร้น และเปี่ยมอัธยาศัยไมตรีโดดเด่นเหนือผู้คนในโตเกียว โอซาก้ามีระบบขนส่งรถไฟและรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่อีกทั้งยังสะดวกสบาย คุณจึงเที่ยวชมเมืองได้อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ โอซาก้า เปรียบเหมือนเหรียญสองด้าน โดยซีกหนึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่อุเมดะ ในอำเภอคิตาคุ แถบสถานีโอซาก้าอีกซีกคือนัมบะ ถึงแม้ย่านทั้งสองอยู่ห่างกันโดยนั่งรถไฟใต้ดินเดินทางไปมาแค่สิบนาที ทว่าราวกับสองโลกที่แปลกแยกกันด้วยบุคลิกและวิญญาณ อุเมดะมีหน้าตาทันสมัยกว่าด้วยตึกสูงระฟ้า อาคารสำนักงาน แหล่งชอปปิ้งที่ผุดขี้นดกดื่น ส่วนนัมบะนั้นคือดินแดนซึ่งมีความเป็นตัวเอง ไร้การตกแต่งเสแสร้ง คนโอซาก้าส่วนมากถือว่าอุเมดะคือที่ทำงาน ส่วนนัมบะคือบ้านที่แท้จริง อุเมดะ จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวมักจะเริ่มที่สถานีรถไฟโอซาก้า ในอุเมดะเพราะรถไฟส่วนใหญ่ (ยกเว้นรถไฟชินคังเซ็น) วิ่งมาถึงสถานีนี้ หากมีเวลาลองเดินสำรวจแหล่งชอปปิ้งใต้ดินขนาดใหญ่ ซึ่งกินพื้นที่ถึงสามช่วงสถานีรถไฟ

ย่านชอปปิ้งนี้เป็นเครือข่ายการจับจ่ายซื้อของใหญ่ที่สุดในโอซาก้าและแห่งหนึ่ง ในโลกก็ว่าได้ เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านค้าบูติก และร้านอาหารมากมายนับไม่ถ้วนและมีทางเดินเชื่อมถึงกัน พิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งตะวันออก จัดแสดงเครื่องถ้วยชามกระเบื้องจากจีนและ เกาหลีของอาตากะ อันเป็นที่รู้จักกันดี ถัดไปคือสวนสาธารณะนาคาโนะชิมะโคเอ็น มีสวนกุหลาบ และต้นหลิวพลิ้วไกวสองข้างทาง เหนือขี้นไปจากสี่แยกคือเซ็มบะ ย่านขายส่งเสื้อผ้าเครื่องประดับ หากเดินต่อไปทางใต้ตามถนนมิโดซุจิกระทั่งถึงนางาโฮริ ซึ่งเป็นสี่แยกขนาดใหญ่เบื้องหน้า ในแถบนั้นคุณจะพบกับตึกโซนี่ทาวเวอร์ ซึ่งอยู่ตรงปากทางเข้าถนนชินไซบาชิ ถนนย่านชอปปิ้งชั้นนำของโอซาก้าที่ยาวต่อเนื่องไปทางใต้จนถึงห้างทาคาชิมายะ และสถานีรถไฟนัมบะ บริเวณถนนชินไซบาชิทางใต้เป็นจะดน่าหลงใหลที่สุดแห่งหนึ่งในโอซาก้า เพราะมีย่านบันเทิงโดตมโบริ ตั้งอยู่ ถนนชินไซบาชิมาสิ้นสุดที่คลองโดตมโบริอันเป็นจุดเริ่มต้นของถนนเอบิซุซุจิ ตรงบริเวณนี้ถ้ามองไปทางซ้ายจะเห็นตึกคิรินพลาซ่าบิลดิ้ง

4.ปราสาทโอซาก้า (Osakajo) : เมืองโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้าเป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโอซา ก้า สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกบนบริเวณที่เคยเป็นวัด Osaka Hongan-ji เมื่อปีค.ศ.1583 โดย โชกุนโทยะโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) (ค.ศ.1537-1598) นักรบระดับไดเมียวผู้พยายามรวบรวม ประเทศเป็นครั้งแรก หอคอยประสาทหรือส่วนที่เรียกว่า Tenshukaku แล้วเสร็จลงสองปีต่อมา แต่หลังจากสงคราม Osaka Natsu No-jin ในปีค.ศ.1615 ตระกูล Toyotomi ถูกฆ่าล้างโคตร Tenshukaku ก็ถูกทำลายลงย่อยยับ ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ในสมัย Tokugawa แต่น่าเสียดายที่ในปีค.ศ.1665 ได้ถูกฟ้าฝ่าเสียหายย่อยยับอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ปราสาทโอซาก้าไม่มี Tenshukaku มานานปี จนกระทั่งในปี 1931 นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้า นาย Seki ได้ขอรับเงินบริจาคจากชาวเมืองจำนวนหนึ่งล้านห้าแสนเยน (เท่ากับราว 75,000 ล้านเยนในปัจจุบันนี้) มาบูรณะปราสาทใหม่

ปราสาทโอซาก้าปัจจุบันสูง 55 เมตร มี 5 ส่วน 8 ชั้น เครื่องประดับหลังคาและภาพเสือบนกำแพงตัวปราสาทและหลายๆส่วนลงทองสีอร่ามสวยงาม (ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของประเทศ) บนหอคอยชั้น 8 ของ Tenshukaku ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรวมของ เมืองโอซาก้าได้อย่างชัดเจน ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศมาเยือนปีละราว 1-3 ล้านคน

การเดินทางไป ปราสาทโอซาก้า (Osakajo)

  • นั่ง Subway Tanimachi Line ลงที่สถานี Temmabashi ออกทางออกหมายเลข 3 หรือสถานี Tanimachi4-Chome และเดินอีกประมาณ 10 นาที
  • นั่ง JR Osaka Loop Line ลงที่สถานี Osakajokoen หรือ Morinomiya และเดินอีกประมาณ 15-20 นาที

เวลาเปิด

  • 9.00-17.00 น. (เปิดให้เข้าได้จนถึง 16.30 น. ในบางฤดูกาลจะเปิดให้เข้านานกว่าปกติ) ใช้เวลาในการชมตัวปราสาททั้งหมดราว 60 นาที
  • วันหยุด ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (ราววันที่ 28 ธันวาคมถึงวันที่ 1 มกราคม)

ค่าเข้าชมปราสาทโอซาก้า

  • ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าชมฟรี
  • วันหยุด 2,700 เยน (3 ชั่วโมง) 3,000 เยน อยู่ได้ตลอดวัน สำหรับเด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) 1,500-1,700 เยน
  • เข้าหลังเที่ยงคืน ( 00.00 – 05.00 น.) จ่ายเพิ่ม 1,000 เยน

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ทางเดิน ห้องน้ำและเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการพร้อม นำสุนัขสำหรับผู้พิการทางสายตาเข้าได้ มีที่จอดรถ (9.00-18.00น.) ค่าที่จอด ชั่วโมงละ 350 เยน

5.โตเกียวทาวเวอร์ 

โตเกียวทาวเวอร์ (ภาษาญี่ปุ่น: 東京タワー, โตเกียวทะวา;  ภาษาอังกฤษ: Tokyo Tower) คือหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 332.6 เมตร(1,091 ฟุต) สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)

นอกจากจะเป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK TBS ฯลฯ แล้ว โตเกียวทาวเวอร์ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียวอีกด้วย โดยปีหนึ่งจะมีคนเข้าชมหอมากกว่า 2 ล้าน 5 แสนคน บริเวณหอคอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอโดยตรง ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ร้านคา ภัตตาคาร ฯลฯ อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอย ตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ  (วีถึพีเดีย)

โตเกียวทาวเวอร์ ( Tokyo Tower ) ที่สูงเสียดฟ้า โครงเหล็กกล้าทาด้วยสีแดงและขาวสร้างเสร็จในปี 1958 เพื่อใช้สำหรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ และหวังให้ผู้พบเห็นรู้สึกเหมือนได้ชมหอไอเฟลของปารีส นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิว จากมุมสูงของโตเกียวได้ที่จุดชมวิวของหอโตเกียว ทาวเวอร์แห่งนี้ ตึกนี้สูง 333 เมตร ก่อสร้างด้วยเหล็กสีส้ม


ประวัติคร่าวๆ ของ โตเกียวทาวเวอร์

หลังสงครามในปี 1950 ประเทศญี่ปุ่น มองหาอนุสาวรีย์ เพื่อมาเป็นสัญญาลักษณ์ เพื่อแสดงถึงอำนาจอิทธิพลทางเศรษฐกิจของโลก และยังถูกสร้างให้เป็นสถานีถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ และวิทยุอีกด้วย ดูเหมือนว่าหอคอยโตเกียวจะได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศตะวันตก โดยความตั้งใจของรัฐบาลโตเกียว ที่จะสร้างหอคอยสูงขนาดใหญ่แบบหอสูงที่กรุงปารีส
หอคอยโตเกียวถูกสร้างด้วยบริษัท Takenaka โดยสร้างจากสถาปัตยกรรมแบบโบราณของชาวญี่ปุ่น ที่เน้นถึงความแข็งแรง และเหนียวแน่น และโครงสร้างเสร็จในปี 1958 ใช้เงินในการก่อสร้างกว่า 2.8 พันล้านเยน เป็นหอคอยขนาดยักษ์มีความสูงกว่า 333 เมตร และถูกบันทึกลงในหนังสือระดับโลกมากมาย
ตัวอาคารประกอบด้วยโครงสร้างเหล็กกล้า และมีความสูงกว่าหอ Eiffel ถึง 13 เมตร หอคอยโตเกียวยังเป็นเหมือนเส้นขอบฟ้าของกรุงโตเกียว จากที่ไม่เคยมีอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงระดับสากล แม้ว่าจะใช้เหล็กกล้าอันก้าวหน้า แต่ก็ยังหนักกว่าครึ่งของ Sibling ของประเทศฝรั่งเศส (ประมาณ 4000 ตัน) และเป็นหนึ่งใน 21 อนุสาวรีย์หอคอยที่ยิ่งใหญ่ของโลก (“The World Federation of Great Towers” ) อีกด้วย

โตเกียวทาวเวอร์นับเป็นจุดที่หลายคนที่ไปเที่ยวเมืองโตเกียวแล้วต้องไปเยี่ยมชม โตเกียวทาวเวอร์นั้นตั้งพุ่ง ทะยานเสียดฟ้าอยู่ทางขอบฟ้าด้านใต้ สถาปัตยกรรมทาสีแดงชาวชิ้นนี้สร้างเสร็จในปี 1958 เพื่อทำการส่งสัญญาณโทรทัศน์ และหวังให้ผู้พบเห็นรู้สึกเหมือนกันได้ชมหอไอเฟลที่ปารีส และหอแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวอันแสนวิเศษ

ชั้น 1 Tokyo Tower Aquarium

มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีปลามากกว่า 50,000 ตัว และกว่า 800 สายพันธุ์เลยทีเดียว  ชั้น 1 และชั้น 2 แหล่งรวมร้านขายของมากมาย ร้านอาหาร และร้านน้ำชา ในชั้นนี้สามารถหาซื้อของที่ระลึกของโตเกียว และญี่ปุ่นเพื่อซื้อเป็นของฝากได้ที่นี่ และยังมีร้านอาหารอีกหลายร้านด้วย

ชั้น 3 Tokyo Tower Carnival

“พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง” ที่ชั้นนี้สามารถเดินชมหุ่นขี้ผึ้งได้ โดยเป็นหุ่นของคนสำคัญของโลก
“โซนพิศวง (Mysterious Walking Zone)” ที่นี่เราสามารถพบกับเทคโนโลยีแบบภาพสามมิติ ล้ำสมัย ตื่นตาตื่นใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ชั้น 4 Tokyo Tower Trick Art Gallery
ห้องจัดแสดงภาพศิลปะ และเพลิดเพลินกับภาพในระบ 3 D Government Information Display Center (Forest of Information) ห้องแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ จัดโชว์ในรูปแบบวีดีโอ เพื่อความบันเทิง ห้องจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสถิติ (Statistics Plaza) เรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่นำเสนอผ่านวีดีโอ และเกมส์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ง่ายแก่การเข้าใจของผู้มาเยี่ยมชม

ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโตเกียวที่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดี มีไฟสว่างจ้าไปทั่วจนเห็นได้ชัดในตอนกลางคืน จากหลอดไฟจำนวน 164 ดวง ตั้งอยู่เขตมินาโตะ-คุ, โตเกียว เปิดทำการ 9.00-20.00น. โดยไม่มีวันหยุด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s